ตอบคำถาม อยากต่อป.โท เรียนโทที่อังกฤษดีไหม แชร์จริงจากประสบการณ์!

ตอบคำถาม อยากต่อป.โท เรียนโทที่อังกฤษดีไหม แชร์จริงจากประสบการณ์!

เป็นปกติของมนุษย์เราที่ว่า เมื่อเราเริ่มประสบความสำเร็จในอย่างนึงแล้ว เราก็เริ่มที่จะหาแนวทางความสำเร็จอื่นๆ ตามมาในชีวิต ในเรื่องของการเรียนก็เช่นเดียวกัน เมื่อเรียนจบป.ตรีแล้ว หลายคนก็เลือกที่จะเรียนต่อป.โทเลย แต่ก็มีอีกหลายคน เลือกที่จะทำงานก่อนแล้วค่อยต่อป.โท วันนี้เราก็อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ และมุมมองของการเรียนต่อโทที่อังกฤษ ว่าเป็นยังไงบ้าง

 

จะรู้ได้อย่างไรว่า ควรเลือกเรียนป.โท สาขาไหนดี?

อย่างแรกเลยสิ่งที่ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าอยากจะเรียนอะไรนั้น เกิดจากการที่เราเลือกทำงานก่อนหลังเรียนจบป.ตรี เพราะทำให้เราได้ใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนจริงๆ เราได้มีโอกาสพบสังคมใหม่คือสังคมการทำงาน และพอเราทำงานไปสักพักหนึ่งเราจะเริ่มรู้ว่า สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ในอนาคตของเราคืออะไร ส่วนตัวแล้ว เราเรียนบริหาร ภาควิชาการจัดการมา เพราะฉะนั้นสายงานที่ได้เริ่มจับเป็นครั้งแรกจะอยู่โซนเรื่อง การจัดการข้อมูลและซัพพอร์ตฝ่ายขาย และเป็นทีมที่ฝ่ายมาเก็ตติ้งใช้ตัวเลขต่อ จะค่อนข้างมีข้อมูลเยอะ ทำให้เราฉุกคิดเรื่องของการใช้ข้อมูล เพื่อทำมาเก็ตติ้ง และประจวบกับเราชอบการตลาด แต่อยากได้ความรู้ที่ใช้ข้อมูล+ดูมีความแปลกใหม่ ดังนั้นการตลาดที่เป็นออนไลน์เลยตอบโจทย์เรา และการตลาดออนไลน์นี้ก็กำลังมาแรงในไทยด้วย ทำให้เราสนใจสาขาของ Digital Marketing

โน๊ตว่าส่วนตัวเราอยากให้เด็กจบใหม่ได้ลองทำงานก่อน เพราะการทำงานจะช่วยตอบโจทย์สิ่งที่เราชอบและไม่ชอบในการทำงาน และทุกการทำงานของเราล้วนมีประโยชน์หมด (ถึงแม้งานบางอย่างเราจะไม่ชอบก็ตาม) แต่อย่างน้อยเราก็จะได้สกิลใหม่ๆ ติดตัวโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะ Hard skills หรือ Soft skill พวกนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ค่อนข้างช่วยเราในเรื่องการเรียนโทที่อังกฤษด้วย เพราะ Hard skill คือแง่ความรู้ เทคนิคที่ได้จากการทำงาน ส่วน Soft skill คือ ทักษะการเข้ากับผู้อื่น อารมณ์ การแสดงออก 2 ส่วนนี้จำเป็นกับการเรียน และการทำงานมาก

เรียนโทที่อังกฤษ - Cambridge เรียนโทที่อังกฤษ - Cambridge

ควรเลือกเรียนป.โท ที่ไหนดี เรียนโทที่ไทย VS เรียนโทที่อังกฤษ

พอเรารู้ตัวว่าอยากเรียนสายนี้ สิ่งที่ต้องทำคือ จะเรียนป.โทที่ไทย หรือเรียนป.โทที่อังกฤษ ซึ่งในช่วงปี 2016,2017 เท่าที่หาข้อมูลมายังไม่มีที่ไหน ในไทยสอนป.โท หลักสูตร Digital Marketing เลย เลยตัดสินใจเลือกของประเทศอังกฤษ เพราะใช้เวลา 1 ปีในการเรียน จะมีวิชาประมาณ 9-12 วิชา แล้วแต่คณะ และมหาลัย ซึ่งค่อนข้างอัดแน่น ส่วนของที่ไทย เท่าที่รู้จากเพื่อนที่เรียนคณะบริหารเหมือนกัน ระยะเวลา 2 ปี (ภาคค่ำ) ประมาณ 20 กว่าวิชา ดังนั้นเรารู้สึกที่ไทยจะค่อนข้างแน่นเนื้อหากว่า ส่วนเรื่องปัจจัยเวลา ถ้าเรียนโทที่อังกฤษ ต้องลาออกจากงาน จะขาดรายได้ไปช่วงหนึ่ง อันนี้แล้วแต่คนที่จะเลือก เพราะส่วนนึงเรียนนอกก็เหมือนใช้ชีวิต ทักษะอื่นด้วย ส่วนเรื่อง connection ที่คนไทยค่อนข้างให้ความสำคัญ เราว่าไม่ต่างกันเลย ยังไงแล้วได้เพื่อนดีๆ เยอะ และไม่ว่าเรียนที่ไหน ก็มี connection ที่ดีได้

เรียนโทที่อังกฤษ - Oxford

จะต่อป.โทคนละสายวิชากับที่เรียนป.ตรี ได้ไหม?

ถ้าไม่ได้เรียนสายวิชาตรงมา ตอนเรียนโทที่อังกฤษจะต่อสายอื่นได้ไหม อันนี้ต้องแล้วแต่คณะ สาขา และมหาลัยที่เราเลือก ถ้าข้ามสายมากๆ เค้าอาจจะมี requirement บางอย่าง แต่ของเรามาสายบริหาร มีพื้นฐานการตลาดและครอบคลุมพวกพื้นฐานธุรกิจอยู่แล้ว เลยไม่ยากที่จะมาต่อสายนี้ แต่ในคณะเรา (คณะบริหาร) ก็มีหลายคนไม่ได้จบบริหารมานะ เช่น จบวิศวะ,ครู,วิทยาศาสตร์, นิเทศน์, จิตวิทยา,เศรษฐศาสตร์ หรือ สถาปัตย์ ก็เรียนได้ ค่อนข้างเปิดกว้างอยู่

เรียนโทที่อังกฤษ - University of Southampton

เรียนต่อโทอังกฤษ มหาลัยไหนดี ต้องดูอะไรบ้าง

การเลือกมหาวิทยาลัยมีหลายปัจจัยขึ้นอยู่กับแต่ละคน เช่น ทุน ค่าเรียน ค่าครองชีพเมืองนั้นๆ สภาพแวดล้อมเมือง,อากาศหรือสถิติคนไทยเรียนต่างประเทศในเมืองนั้น รวมถึงเรื่องเกรดจากป.ตรี และคะแนนสอบภาษาอังกฤษ (IELTS)  ซึ่งอันดับสาขา อันดับคณะ หรืออันดับมหาลัย ก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกัน

  • ทุน/ค่าเรียน : หลายๆ มหาวิทยาลัยในอังกฤษจะ มีทุนให้ แต่จำนวนเงินที่ให้แล้วแต่เกณฑ์ของมหาลัย และคณะ อย่างของเรา (ปีการศึกษา 2017/2018) ถ้าเกรดป.ตรี มากกว่า 3.00 จะได้ทุน 3,000 ปอนด์ และ ถ้ามากกว่า 3.25 ได้ 5,000 ปอนด์ ซึ่งลดจากค่าเรียนไปเลย ค่าเรียนถึงแม้คณะเดียวกัน(คณะบริหาร) แต่ค่าเรียนแต่ละภาควิชาสาขาแตกต่างกัน range จะอยู่ที่ 18,000-25,000 ปอนด์ พวก MBA จะแพงหน่อย ซึ่งคาดว่าปัจจุบันค่าเทอมปรับแล้ว
  • ค่าครองชีพ : ค่าครองชีพสามารถเช็คได้ใน internet ถ้าเป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น London, Oxford ค่าครองชีพจะแพงหน่อย เช่นค่าอาหาร มื้อละ 7-10 ปอนด์ขึ้น (เมืองที่เราอยู่ ประมาณ 5 ปอนด์) ส่วนบางคนชอบที่จะอยู่มหาวิทลัยไม่ไกลจากลอนดอนมาก (แบบที่นั่งรถไฟไม่เกิน 3 ชั่วโมง) หรือชอบโซนอากาศไม่ได้หนาวจัดแบบภาคเหนือเวลาช่วงหน้าหนาวมา ก็สามารถเลือกได้ เช่น University of Reading, Southampton, Oxford, Cambridge, Bath, Nottingham, Kent, Bournemouth, Brighton หรือถ้าชอบหนาวๆ อยู่ไกลลอนดอน แถบเหนือๆ ก็ University of Manchester, Liverpool, Glasgow หรือไป Scotland เลยก็ได้
  • IELTS : ขั้นต่ำแล้วแต่มหาลัยเลย ถ้าพวก Top U มากๆ ส่วนใหญ่จะรับ 7.5 ขึ้นไป ส่วนกลางๆ ส่วนใหญ่ จะประมาณ 5.5 ขึ้นไป และบางมหาลัยจะมี ให้เรียน Pre-course ก่อน เช่นจริงๆ ต้องการคะแนน Overall 6 ขึ้นไป แต่ถ้าสอบไอเอลได้ 5 หรือ 5.5 ก็สามารถเรียนได้ แต่บังคับเรียน Pre-course ก่อน เมื่อจบ Pre-course ต้องสอบวัดผลอีกทีให้ผ่านเกณฑ์เขา ถึงมีสิทธิ์เรียนป.โทได้ ส่วนความยากง่ายของ Pre-course แล้วแต่มหาลัย บางที่อาจจะชิลๆ แต่ของเราค่อนข้างเข้มงวดมาก ถ้าไม่ผ่าน ก็ไม่ให้เรียนโทต่อ ส่วนบางคนที่เรียนมหาลัยแบบเอกชนที่ไทยมา พอมาต่อโท บางมหาลัยที่อังกฤษก็อนุญาตให้ผ่าน Pre-course ได้เลย คือเข้ามาเรียนหลักสูตรป.โทได้เลย ส่วนเรื่องเนื้อหา Pre-course นั้นเราไม่แน่ใจว่าเหมือนหรือต่างขนาดไหน แต่ของเราคือ 4 Skills เลยคือ ฟัง พูด อ่าน เขียน และที่พิเศษ คือการเขียน เค้าจะสอนการเขียน Reference หรือการอ้างอิงข้อมูลที่เวลา เรียนโทที่อังกฤษ ทุกวิชาจะต้องมีการใส่ Reference และค่อนข้างเข้มงวดมาก ส่วนหลักๆ ผู้เรียน Pre-course จะเป็นชาวเอเชีย ถ้ามหาลัยไหนมีคนไทยมากๆ ก็จะรู้จักเพื่อนได้ตั้งแต่ Pre-course เลย
  • Ranking มหาลัย: บางคนตัดสินใจจากการจัดอันดับของมหาลัยก่อน ค่อยคณะ หรือสาขา ซึ่งการจัดอันดับมีหลายปัจจัยที่เค้านำมาวัด แต่ละเว็บจะจัดไม่เหมือนกัน เช่น จัดอันดับจากอาจารย์ที่มีงานวิจัย, ความหลากหลายของเชื้อชาติผู้เรียน, คะแนนการสอน, facilities ของมหาลัย ส่วนตัวเราเลือกสาขาวิชาของ Digital Marketing ก่อนว่าที่ไหนดังและค่อยดูมหาลัย

เรียนโทที่อังกฤษ - cambridgepton                                                                                 เรียนโทที่อังกฤษ - Cambridge

เรียนโทที่อังกฤษ แค่ 1 ปี แสดงว่าจบง่ายใช่ไหม?

จริงๆ ต้องบอกว่า ไม่ง่าย เพราะด้วยเวลาเรียน 1 ปี คืออัดแน่นมาก งานบางทีส่งพร้อมๆกัน วิชาละ 3,000 คำบ้าง หรือ 5,000 คำบ้าง ส่วนใหญ่คณะบริหารจะเขียนเยอะ และนอกจากงาน ก็มีสอบเหมือนกัน โดยที่ยากที่สุดคือตัวเล่มจบ หรือ Dissertation อันนี้เป็นวิชาสุดท้ายของมหาลัยเรา ซึ่งช่วงทำ Dissertation จะมีเวลาประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้นต้องทำให้เสร็จโดยขั้นต่ำคือ 15,000 คำ มันค่อนข้างจะใช้เวลาในการหาหัวข้อ เขียน literature รวบรวมข้อมูลและแปลผล แต่จริงๆ แล้วเรียน ป.โท อังกฤษ ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถ ถ้าแบ่งเวลาให้ถูก รับผิดชอบตัวเองให้ได้ หมั่นทบทวน พอมีเวลาว่างก็ไปเที่ยวได้ ถือเป็นการพักผ่อนอย่างนึง

 

การเรียนโทที่อังกฤษ หรือไม่ว่าจะเรียนที่ไหน เรามองว่าค่อนข้างแตกต่างจากป.ตรี เนื่องจากว่าการเรียนที่ไทย จะค่อนข้างเป็นแนวแบบมีผู้สอน ที่ค่อนข้างให้ความรู้เต็มๆ เข้าห้องมา รอนั่งเรียน จดๆ ส่วนป.โทที่อังกฤษก็จด แต่บรรยากาศในห้องคือต้องมีการคิดวิเคราะห์แบบ Critical thinking และต้องตั้งคำถามหรือตอบในห้องด้วย ที่อังกฤษอาจจะไม่ได้สอนแบบลงละเอียดลึกมาก แต่เน้นให้คิดต่อ และหาข้อมูลเพิ่ม ในเรื่องไหนที่เราไม่รู้ เราต้องหาเองเพื่อตอบคำถามที่ต้องการให้ได้ เหมือนการเรียนโทที่อังกฤษ คือเรียนให้รู้ ว่าเราไม่รู้อะไร  โดยรวมแล้วเราชอบนะ ได้อยู่สถานที่ใหม่ๆ ได้เรียนที่บรรยากาศมีเพื่อนต่างชาติก็สนุกดี

 

หวังว่าบทความจะพอให้ไอเดียคนที่อยากเรียนโทที่อังกฤษได้เห็นภาพคร่าวๆ ไม่มากก็น้อย ส่วนในบล็อคหน้าเราจะเล่าเรื่องชีวิต, ประสบการณ์การเรียน และการงานทำพิเศษ ระหว่างเรียนโทที่อังกฤษเป็นยังไง ติดตามได้ในบล็อคหน้านะคะ



Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *